Make your own free website on Tripod.com

Periodic Table of the Elements

 

  He
Li Be B C N O F Ne
Na Mg Al Si P S Cl Ar
K Ca Sc Ti V Cr Mn Fe Co Ni Cu Zn Ga Ge As Se Br Kr
Rb Sr Y Zr Nb Mo Tc Ru Rh Pd Ag Cd In Sn Sb Te I Xe
Cs Ba La Hf Ta W Re Os Ir Pt Au Hg Tl Pb Bi Po At Rn
Fr Ra Ac Unq Unp Unh Uns Uno Une
Ce Pr Nd Pm Sm Eu Gd Tb Dy Ho Er Tm Yb Lu
Th Pa U Np Pu Am Cm Bk Cf Es Fm Md No Lr
ชื่อธาตุ หมายเลข นํ้าหนัก
จุดหลอมเหลว จุดแข็งตัว

หมายเหตุ
โลหะ
เป็นของแข็งที่นำไฟฟ้าได้ดี และมีรูปร่างหลายแบบ พันธะระหว่างโมเลกุลยึดกันอย่างเหนียวแน่น
กึ่งโลหะ
โลหะผสม สามรถนำความร้อนและนำไฟฟาได้ดีกว่าอโลหะ เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ง่ายกว่าอโลหะ เป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง
อโลหะ
เป็นธาตุที่นำความร้อนและไฟฟ้าได้เลวกว่าโลหะและอโลหะ


1A
2A
3A
4A
5A
6A
7A
8A
3B
4B
5B
6B
7B
8B
2B
1B
H
-------------------------------
-----------------------------------
---
---
สมบัติของธาตุตามตารางธาตุ
สมบัติของธาตุในแต่ละหมู่

ธาตุหมู่ I
(alkaline metal) มีสมบัติเป็นโลหะซึ่งมีคุณสมบัติว่องไวในการผสมธาตุมาก จึงไม่พบในรูปธาตุเดี่ยว ๆ มักพบในรูปสารประกอบ ความหนาแน่นและจุดหลอมเหลวต่ำ (<100 oC)

ธาตุหมู่ II
(alkaline earth)เป็นธาตุโลหะ ทำปฏิกิริยากับน้ำร้อนได้ดีกว่าน้ำเย็น ธาตุที่ว่องไวที่สุดในหมู่นี้ คือเรเดียม (Ra)

ธาตุหมู่ III
จะเริ่มประกอบด้วยโลหะและอโลหะ มีอิเล็กตรอนวงนอกสุด 3 ตัว

ธาตุหมู่ IV
มีเวเลนซ์อิเล็กตรอน 4 ตัว ธาตุที่สำคัญคือ คาร์บอน (C) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต

ธาตุหมู่ V
ในตอนต้น ๆ จะเป็นอโลหะ ธาตุถัดมา เช่น As และSb จะแสดงคุณสมบัติระหว่างโลหะและอโหะก้ำกึ่งกัน (metalloid)

ธาตุหมู่ VI
ตอนต้นหมู่จะมีธาตุที่มีสมบัติเป็นอโลหะ แล้วค่อย ๆ เป็นโลหะ

ธาตุหมู่ VII (Halogen group)
ธาตุหมู่นี้เป็นอโลหะ ที่ว่องไวในการผสมธาตุมาก มีทั้งสามสถานะ ธาตุหมู่บนจะมีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยากว่าธาตุหมู่ล่าง

ธาตุหมู่ VIII(Inert gas, ก๊าซเฉื่อย)
จึงไม่ค่อยทำปฏิกิริยากับธาตุอื่น (ธาตุหมู่ล่างเริ่มเป็นสารประกอบได้เช่น XeO3, XeO4, XeF4, KrF2) เพราะมีอิเล็กตรอนวงนอกสุดเท่ากับ 8 มีค่า EN เป็น 0


หมู่ธาตุทรานซิชั่น (Transition elements )
เป็นธาตุโลหะ ที่มีความหนาแน่นและจุดหลอมเหลวสูง มี เวเลนซ์อิเล็กตรอนส่วนใหญ่เป็น 2 (ยกเว้นบางธาตุเช่น Cr และ Cu มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเป็น 1) มีเลขออกซิเดชันหลายค่า (ยกเว้นบางธาตุ เช่น Sc = +3 , Cu = Cd = +2, Ag=+1) ถ้าเลขออกซิเดชัน เปลี่ยน สีของสารก็เปลี่ยน นอกจากนี้ สีของสารยังขึ้นกับลิแกนด์ด้วย
ในคาบเดียวกัน รัศมีอะตอมใกล้เคียงกัน IE1 มีค่าใกล้เคียงกัน แนวโน้มของขนาดอะตอมจะลดลงจากซ้ายไปขวา และยังเกิดสารประกอบเชิงซ้อนได้ดี
Lanthanide series ประกอบด้วยธาตุที่มี Atomic number 57 - 70 เป็นธาตุที่หายากมาก
Actinide series ประกอบด้วยธาตุที่มี Atomic number 89 - 102 ธาตุในหมู่นี้มีคุณสมบัติเป็นสารกัมมันตรังสี

ธาตุกัมมันตรังสี
เป็นธาตุที่มีส่วนประกอบของ นิวตรอน กับโปรตอน ไม่เหมาะสม (>1.5) ธาตุที่ 83 ขึ้นไป เป็นธาตุกัมมันตภาพรังสีทุกไอโซโทป มีครึ่งชีวิต (ระยะเวลาที่ธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวไปครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม)
เมื่อธาตุกัมมันตรังสีมีการสลายตัว จะให้อนุภาคต่าง ๆ (ต้องจำ) เช่น เบต้า b() แอลฟา a () แกมมา (g) โปรสิตรอน() โปรตอน () นิวตรอน ()

ปฏิกิริยานิวเคลียร์)
ผลที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ จะได้ธาตุใหม่เกิดขึ้น ปฏิกิริยานิวเคลียร์ไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ ความดัน หรือตัวเร่งปฏิกิริยา แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ
1. ปฏิกิริยาฟิสชัน เกิดจากการแตกตัวของธาตุหนัก เป็นการแตกของนิวเคลียส ได้ธาตุที่เบากว่าสองธาตุขึ้นไป เป็นปฏิกิริยลูกโซ่ ให้พลังงานสูง
2. ปฏิกิริยาฟิวชัน เกิดจากการรวมตัวของไอโซโทปที่มีมวลต่ำ ทำให้ได้ไอโซโทปที่มีมวลสูงขึ้นเช่น ปฏิกิริยาในดวงอาทิตย์

เวปไซต์อ้างอิง

http://www.eduzones.com/vichakan/chem/periodic.html

http://www.geocities.com/akkradet1/table.htm